“ป่านาคำหอม” คือ สถานที่แสนวิเศษที่ชีวิตท้องถิ่นยังได้ดำรงอยู่อย่างกลมกลืนงดงาม ถ้าผู้คนถามว่าอดีตเมืองสกลนครรอบหนองหารหน้าตาเป็นแบบไหน ผมพบว่าผมนึกออกเพียงคำตอบเดียวคือ “ที่นี่เท่านั้น”
“ป่านาคำหอม” ที่ถูกถนอมอดีตเอาไว้ด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่ของคนสกุลตงศิริ ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าวันนี้ตัวมันเองกำลังเป็นอนาคต เพราะทั่วทั้งโลกประจักษ์ชัดแล้วว่าผลที่ตามมาจากระบบคุณค่าที่ผูกผันอยู่กับเงินตราผ่านการเสาะแสวงหาใช้ทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวกำลังส่งแรงกระเพื่อมบีบคั้นสภาพเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดแจ้งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฝุ่นฝ้าฟุ้งบดบังสีฟ้าในคำว่าท้องฟ้า ทุกรอบฤดูกาลที่เคยเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญใจไม่ในกี่ปีก่อน ตอนนี้กำลังทำให้จมูกของหลายคนหลั่งเลือดสีแดงแลเปลี่ยนหัวใจเป็นสีหม่นเทา มันยากเหลือทนในการดำรงอยู่ในชุมชนและธรรมชาติที่ล่มสลาย คล้ายปลาตะเพียนว่ายน้ำคลองเหม็นเน่า การฟื้นฟูธรรมชาติทั่วทุกหนแห่งจึงเป็นการกำหนดอนาคต ขอเพียงท้องฟ้าคงสีฟ้า ป่านายังเป็นอู่น้ำอู่ข้าว และหนองหารมีปลาให้จับเหลือคณาชั่วลูกชั่วหลาน ภาพเหล่านี้คล้ายจะย้อนวันวานแสนไกลเหมือนความฝันแสนหวาน แท้จริงแล้วมันเคยดำรงอยู่ในกาลเวลา ย้อนกลับไปเพียงหนึ่งในสามของอายุขัยมนุษย์
ต้นยางเหียงสามต้นใหญ่ยืนตระหง่านตรงปากทางเข้าคือประจักษ์พยานว่า การฟื้นฟูธรรมชาติไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพียงแค่มนุษย์ร่วมมือเปิดทาง ธรรมชาติก็พร้อมฟื้นฟูกลับมายังประโยชน์แก่ระบบทั้งมวล
ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ ผมเดาว่าพี่อิ๋มคงอยากเห็นผมสาธยายความวิเศษของป่านาคำหอมที่ปรากฏแก่สายตาผม แน่นอนว่าผมถ่ายทอดเป็นตัวอักษรได้ไม่ยากนักเพราะมันยังแจ่มชัดในความทรงจำ อย่างความรู้สึกแรกตอนพบกล้วยไม้ป่าสกุลหวายดอกม่วงสดเหลือรอดบนคบต้นสมอพิเภกใหญ่ หรือยามงูสายม่านท้องสีฟ้าสดไล่งับกบในทุ่งหญ้า ไล่ไปถึงดงเสม็ดแดงพื้นที่ทอดตัวของเฟิร์นย่านลิเภากลุ่มใหญ่วิจิตรตระการตายามแสงเย็นลอดผ่าน ดงเอนอ้าดอกสีม่วงจรัสจ้าคู่ตาน้ำผุดธรรมชาติในพื้นที่ หรือกกแห้วทรงกระเทียมอาหารโอชะของนกกระเรียนไทยในท้องนาคู่กับแมลงปอหลากสีที่จะบินว่อนเป็นฝูงใหญ่เมื่อฝนตั้งเค้า รวมไปถึงการแสดงแสงสีเขียวนีออนวิบวับหลังพลบค่ำของหิ่งห้อย
ถึงแม้ผมจะเขียนออกมาได้อีกหลายร้อยหน้า แต่ยิ่งเขียนออกมายิ่งดูราวกับเป็นการอวดภูมิของผมผ่านชื่อพืชประหลาดๆ ที่ผู้อ่านอาจไม่คุ้นเคย รวมถึงผมรู้ดีว่าตัวหนังสือเหล่านี้ไม่อาจสื่อสารความรู้สึกแสนวิเศษรื่นรมย์อิ่มเอิบให้ผู้อ่านรับรู้รสชาติได้เท่ากับการมา สัมผัสป่านาคำหอมด้วยตัวเอง
ป่านาคำหอมจึงมีคุณูปการคล้ายประตูกาลเวลา นำพาผู้คนย้อนอดีตไปพบอัตลักษณ์แสนงามที่ก่อร่างสร้างชุมชนสกลนครรอบหนองหารแบบปราศจากความฝืนและพยายาม รวมถึงเป็นแหล่งสะสมภูมิปัญญาธรรมชาติให้ต่อยอดค้นหาไม่รู้จบ ส่วนหนทางสู่อนาคตนั้น แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้า คล้ายกับตัวผู้ดูแลพื้นที่เองที่ตื่นขึ้นมาทุกเมื่อเชื่อวันเพื่อแสวงหาคำตอบจากความใกล้ชิด ผมสัมผัสถึงความเพียรพยายามของพี่อิ๋ม ผมเชื่อว่าการเปิดป่านาคำหอมรอบนี้คือการส่งสารเชื้อเชิญให้การผ่านไปมาของผู้คนที่เข้ามาใช้เวลาจมจ่อมทอดน่องท่ามกลางป่านา ร่วมปะทะสังสรรค์นำพามาซึ่งคำตอบที่มีค่ามอบให้แก่ตัวพี่อิ๋มเอง ให้ครอบครัวและชุมชนรอบตัวพี่อิ๋ม รวมถึงอาจหมายได้ถึงเมืองสกลนครในอนาคต ให้พบว่า คำตอบที่ว่าอยู่เบื้องหน้าในป่านาคำหอมนั่นเอง
“การเรียนรู้ชีวิตควรนำพามาซึ่งความกลมกลืนกับโลกทั้งใบ” หนังสือ transformative learning จาก ชูมัคเกอร์ คอลเลจ
ปรมินทร์ วัฒน์นครบัญชา (บาส) 28 มกราคม 2568













































































